| Sangdha's profileSangdha's spacePhotosBlogNetwork | Help |
Sangdha's space |
||||||
|
January 14 ลาออนไลน์ก่อนหน้าที่จะมีอินทราเน็ตในองค์กรนั้น งานของพนักงานฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างหนึ่ง ก็จะเป็นเรื่องการคีย์ข้อมูลการลาของพนักงานจากใบบันทึกการลาเข้าระบบบริหารงานบุคคล (Human Resources Information System - HRIS) ในส่วนที่เป็นโมดูล Time Management System ในบริษัทที่มีพนักงานในระดับหลักพันขึ้นไปนั้น ก็ใช้เวลากับงานตรงนี้อยู่ไม่น้อย และไม่นับรวมถึงเรื่องของ Human Error September 18 เรื่องของณัฐปุนยิยิห้วงเวลาความสุขของคนเรานั้น ถึงแม้ว่ามันจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ภาพต่างๆ มันยังคงชัดเจนเหมือนมันเพิ่งจะผ่านไป ตะก่อนนี้แผนกไอทีของเราจะมีทั้งหมด 8 ชีวิตด้วยกัน (รวมหัวหน้าแผนกแล้ว) แผนกไอทีมักจะถูกแยกให้อยู่ห้องๆ หนึ่งเลย นี่ยังดีนะที่ห้องข้างๆ เป็นผู้คน ก่อนหน้านี้เพื่อนข้างห้องเป็น server ทั้งนั้น ในหมู่พวกเราก็จะมีสาวสวยนางหนึ่ง เสน่ห์ของเจ้าหล่อนแรงพอประมาณ ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวอยู่ที่ไหน มักจะมีหนุ่มๆ มาจีบเสมอ ขนาดว่าตอนนั้นไปเรียน dream weaver ด้วยกัน นั่งกันอยู่หลังห้องเลย คนสอนยังเดินจากหน้าห้องมาสอนเป็นการส่วนตัวให้เลยเชียว แต่สอนคนเดียวนะ ทั้งๆ ที่ไปกัน 3 คน อยู่มาวันหนึ่ง น้องณัฐก็อยากเป็นเจ้าของกิจการเล็ก ๆ เวลาประจวบเหมาะกับที่รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนคนเดินดินกินเงินเดือน และไม่กินเงินเดือน หันมาสร้างธุรกิจที่เรียกกันว่า SME น้องณัฐก็ได้สมัครเป็นนักเรียนทุนของรัฐบาล ในหลักสูตร SME ระยะเวลาอบรมก็อยู่ราวๆ 3-4 เดือน ก็อย่าที่เกริ่มไว้ในตอนต้นแหละ ไม่ว่าเจ้าหล่อนจะไปทำอะไรอยู่ที่ไหน สาวสวยรวยเสน่ห์มักจะมีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบอยู่เรื่อยไป จำได้ว่างานนี้มีมากกว่าหนึ่งหนุ่มแน่นอน แต่ที่โดดเด่นสุดๆ ก็หนุ่มใหญ่ที่มีนามว่า "เจ้าซัน" [ใครพอจะจำเรื่องราวได้ ช่วยเขียนต่อที]
September 17 ภาษาคอมพิวเตอร์ vs ภาษามนุษย์ ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนโปรแกรมระบบทะเบียนกรรมการ เวอร์ชั่น 2.0 นี้ ด้วย C#.Net เพราะความซับซ้อนของระบบมีนิดหน่อย เหมาะกับการที่เราจะเริ่มต้นในการเปลี่ยนจาก ASP เป็น ASP.NET (C#) จะว่าไปแล้วการที่จะใช้ ASP ในการพัฒนาระบบต่อไปมันก็ยังรองรับอยู่ แต่เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลง ทำให้เราต้องไล่ตามมัน แต่สำหรับตัวเองแล้ว ก็ถือว่าเป็นการไล่ตามแบบห่างๆ พอสมควร
การอ่านหนังสือเพื่อทำความรู้จัก คุ้นเคย เป็นสิ่งสำคัญในช่วงต้นของการเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องคิดอะไรกันมากไปกว่านี้ ลงมือหาหนังสือดีๆ แล้วอ่านเลยค่ะ อ่านไป ลองหัดทำตามที่เขาสอนไว้ไปด้วยจะทำให้เข้าใจมากขึ้น แต่ไม่ใช่ลอกนะคะ ต้องคิดตาม และลองพลิกแพลงมันดู จะได้ความรู้ขึ้นอีกโข ส่วนหัวข้อไหนที่มันคุ้นเคยและเข้าใจเป็นอย่างดี แล้วก็ข้ามๆ มันไปบ้าง ระหว่างที่อ่านอยู่นั้นก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ตัวเรานี่มีความรู้เรื่องภาษาถึง 3 ภาษาเชียวนะ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาคอมพิวเตอร์ อันนี้ก็ถือว่าได้เปรียบคนในสายอาชีพอื่นเล็กน้อย เพราะรู้ภาษามากกว่า สามารถสื่อสารได้ ทั้งกับคน และวัตถุสิ่งของ(ก็เจ้าคอมพิวเตอร์ไง) แล้วมันจริงหรือเปล่าที่เราคุยกับมันรู้เรื่อง มาดูกัน
เห็นไหมล่ะคะว่า มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเท่าไหร่เลย ขอเพียงแค่เราทำความเข้าใจกับมัน ชีวิตก็เหมือนกัน การที่เราจะอยู่อย่างมีความสุข สุขกับสิ่งที่มี สุขกับสิ่งที่เราเป็นนั้นมันไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องเข้าใจตัวเราเองให้ได้ก่อน ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเอง แล้วหอยที่ไหนมันจะมาเข้าใจเรา ว่าไหม สองสามวันก่อนตอนกำลังขับรถอยู่ รายการวิทยุรายการหนึ่งเค้าพูดถึงคำพูดของ คลิสโตเฟอร์ ไรท์ ที่ว่า "ความทุกข์เกิดจากการมองสิ่งที่เราขาด ความสุขเกิดจากการมองสิ่งที่เรามี"
ปล.พูดถึงเรื่องภาษาคอมฯ ภาษาคน อยู่ดีๆ ไหงกลายมาเป็นเรื่องนี้ได้ไง September 03 ทำไมถึงเป็น Treasury Information SystemTreasury เป็นแผนกงานหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการซื้อ/ขายอัตราแลกเปลี่ยนทั้งล่วงหน้าและไม่ล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันแปรผิดปกติ อย่างปีวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่รัฐบาลออกมาประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ปีนั้นมีหลายๆ บริษัทต้องขาดสภาพคล่องเพราะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนไปเลยก็มีอยู่ไม่น้อย หน้าที่ความรับผิดชอบอีกเรื่องหนึ่งคือ การบริหารเงินที่สำรองไว้ใช้ นำไปลงทุนระยะสั้นในผลิตภัณฑ์ทางด้านการเงินทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฝากประจำ, ตราสารหนี้, หรืออื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด และพอเหมาะกับเวลาไถ่ถอนเพื่อนำเงินจำนวนนั้นๆ ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่สำรองไว้ ในแต่ละวันจะมีการส่งแบบฟอร์มการซื้อ/ขายอัตราแลกเปลี่ยน และแบบฟอร์มการลงทุนระยะสั้น จากหน่วยงานต้นสังกัดต่างๆ จำนวนไม่น้อย ซึ่งจะส่งมาทางแฟกซ์ และใส่ซองให้แม่บ้านนำมาส่งบ้าง ก็เกิดปัญหาเรื่องเอกสารหาย ทำให้พลาดการได้อัตราแลกเปลี่ยนดีๆ อัตราดอกเบี้ยดีๆ ไปก็มาก อีกอย่างหนึ่งคือแผนก Treasury ไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้เลย เพราะกว่าเรื่องจะมาถึง มันก็ต้องผ่านการเซ็นต์อนุมัติกันหลายชั้นอยู่ พอมาถึงก็พอดีวันที่จะต้องดำเนินการเลย ถ้าสามารถทราบความต้องการก่อนหน้าคือพอออกจากคนทำงานบุป รู้ปับเลย ก็จะทำให้มีเวลาวางแผน ต่อรองเงื่อนไขดีๆ กับธนาคาร และสถาบันการเงินได้ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ บวกกับความต้องการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แผนก Treasury จึงแจ้งมาให้ทางไอทีพัฒนาระบบขึ้นมา ก็ตั้งตามชื่อแผนกนั่นแหละ มันก็ง่ายดี ก็เลยเป็นระบบ Treasury Information System ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 module ดังนี้ 1. Foreign Exchange System, 2. Short Term Investment System, 3. Corporate Finance System แล้วไอ้ module 3 เนี่ยะนะ มันมาได้ยังไง แล้วมันคืออะไร ติดไว้ก่อน
มันมีอะไรใน Module Foreign Exchange(FX module) Foreign Exchange นี้เป็นระบบเพื่อสนับสนุนเรื่องการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนทั้งล่วงหน้าและไม่ล่วงหน้า กลุ่มคนที่รับผิดชอบแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. คนที่เป็นเจ้าของเรื่อง คนนี้จะเป็นคนแจ้งว่าจะใช้เงินสกุลอะไร จำนวนเท่าไหร่ เมื่อไหร่ ให้ใคร 2. หัวหน้าแผนกของเจ้าของเรื่อง จะอนุมัติก่อนส่งเรื่องให้คนซื้อ/ขายฯ 3. คนซื้อ/ขายอัตราแลกเปลี่ยนให้กับทุกแผนก จะทำหน้าที่ติดต่อ ต่อรอง กับสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้ดิวที่ดีที่สุด ถ้าบางครั้งข้อมูลสนับสนุนว่าซื้อ/ขายตอนนี้ได้ดิวดี ก็จะซื้อ/ขานล่วงหน้าไว้ แล้วก็ค่อยๆ งัดมันออกมาใช้ (สรรพแสงเค้าเรียกว่า Short Tern) การจะซื้อก็ต้องดูด้วยว่าเราทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินเกินกว่าวงเงินที่เค้าให้เรามาหรือเปล่า ถ้าเกินเค้าก็ไม่รับ เพราะเค้าก็ต้องป้องกันความเสี่ยงเหมือนกัน 4. คนอนุมัติสุดท้าย (ใหญ่สุดในบรรดากลุ่มคนทั้งหมด) จะดูว่าพนักงานตัวน้อยๆ นั้นดิวได้ rate เป็นที่น่าพอใจหรือเปล่า ถ้าไม่ พี่ท่านก็จะตีเรื่องกลับให้มาหาดิวใหม่ อย่าส่งดิวมั่วๆ ไปนะคะ ถึงแม้พี่ท่านจะเซ็นต์ผ่านให้ ก็ใช่ว่าจะรอด เพราะทุกๆ เดือนจะมีรายงานสรุปประสิทธิภาพการดิวกลุ่มคนที่ 3 ให้พี่ท่านทราบ อาจกระเทือนถึงน้องโบตอนปลายปีได้ ถ้าหากว่าเทียบกับตลาด(mark to market)แล้วขาดทุนตลอด เรื่องของคนกลุ่มที่ 1 เจ้าของเรื่อง เงินๆ ทองๆ (BU Staff) เรื่องของคนกลุ่มที่ 2 หัวหน้าแผนก(Head BU)
จะมีหน้าจอหนึ่งสำหรับ TR Staff เช็คดูรายการสั่งซื้อ/ขาย อัตราแลกเปลี่ยนจาก BU Staff พอเรื่องมาถึงก็ต้องมาวางแผนก่อนล่ะ พอเอกสารผ่านการอนุมัติจาก Head BU จะได้ดำเนินการได้ทันที TR Staff ก็ต้องมานั่งคิดแล้วแหละว่า จะซื้อแบบไหนดี ซื้อล่วงหน้าดีไหม(Forward) หรือซื้อ rate วันนี้เลย (Today) พรุ่งนี้ rate ดีกว่า เวลาก็ยังทัน (Tomorrow) ฉันว่า rate ตอนนี้ดีที่สุด พร้อมโอนเงินแล้วด้วย ซื้อเลยๆ (SPOT) หรือเราจะใช้ rate ที่ซื้อล่วงหน้าไว้คราวก่อนมาใช้ดี (Shorten) เมื่อเลือกได้แล้วก็มาถึงคิวการช้อป rate ล่ะ จะซื้อกับธนาคาร หรือสถาบันการเงินไหนดีล่ะ แล้ว Credit Line ยังมีพอไหม (Credit Line หมายถึงวงเงินที่ธนาคารให้มาซึ่งเราจะทำการซื้อ/ขายได้ภายในวงเงินเท่านั้น) หลังจากวางแผนอย่างรอบคอบแล้ว ก็บันทึกข้อมูลประเภทที่ซื้อ ธนาคารที่จะดิวด้วย แล้ว rate ที่ได้รับ กรุณาตรวจสอบให้ดีก่อนนะ เพราะกดปุ๊บ เมล์ถึงเจ้านายปั๊บเลย เรื่องของคนกลุ่มที่ 4 ผู้อนุมัติคนสุดท้าย (Head Finance) การทำงานของคนกลุ่มที่ 4 ก็คล้ายๆ กลุ่มที่ 2 คือเมื่อได้รับเมล์แจ้งว่ามีรายการรอเจ้านายอนุมัติ เจ้านายจะคลิกผ่านทางเมล์ หรือจะเข้าไปอนุมัติในระบบผ่านทาง Intranet ก็ได้ แต่เจ้านายท่านนี้จะพิจารณา rate เฉพาะที่เกินกว่าท่านอนุมัติล่วงหน้าไว้ เนื่องจากว่าเราไม่ต้องการรบกวนท่านมานัก เพราะตระหนักถึงเวลาอันมีค่าของท่าน เราก็เลยจะทำการขออนุมัติ rate ล่วงหน้าไว้เลย ซึ่งจะขอไว้อาทิตย์ละครั้ง ถ้าหากว่ามันจำเป็นต้องซื้อ/ขาย เกินกว่าที่เจ้านายท่านอนุมัติล่วงหน้าไว้ ก็ต้องใส่เหตุผลให้ท่านทราบ และเป็นที่พอใจด้วย นอกจากนี้เจ้านาย ท่านก็มักจะไปดูงานต่างประเทศกันบ้าง ลาพักร้อนกันบ้าง ซึ่งก็ต้องมีคนมาทำหน้าที่แทน อันนี้เราก็ต้องทำระบบไว้รองรับว่าท่านจะผ่านการอนุมัติไปให้ผู้อนุมัติลำดับที่ 2 เลย (by Pass) หรือ ให้อำนาจผู้อนุมัติลำดับที่ 2 กระทำการแทน (Delegate) เพื่อให้เจ้านายได้สบายใจว่า ฉันไปไหน ก็มีคนทำแทน ไม่ใช่แฟนก็ทำแทนกันได้
September 02 ภาษามนุษย์ต่างดาว"ภาษามนุษย์ต่างดาว" ในที่นี้หมายถึง คำพูดที่คนๆ หนึ่งพูดออกไปแล้ว แต่คนอื่นๆ เค้าไม่เข้าใจมนุษย์เรานั้นเมื่อเริ่มตอนเริ่มต้นหัดพูดขณะที่ยังเป็นเบบี๋อยู่นั้น ก็จะพูดออกมาเป็นภาษามนุษย์ต่างดาวนั่นแหละ แต่เราๆ คงจะลืมเลือนกันไปแล้ว ถ้าหากใครมีลูกหรือหลานตัวเล็กๆ ที่กำลังเริ่มหัดพูด ก็จะได้ยินเป็นประจำสำหรับคนที่อยู่ในสาขาอาชีพไอที มักจะมีคนบอกเสมอว่า พวกเราชอบพูดภาษามนุษย์ต่างดาว อันนี้เราก็ไม่ได้ปฏิเสษ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพูดเรื่องไอที ให้คนในสาขาอาชีพอื่นเข้าใจ เพราะคำบางคำเราก็ไม่สามารถที่จะอธิบายอย่างสั้นๆ ได้ อย่างเช่นคำว่า "Proxy", "Cache memory", "Cookies" อย่างนี้เป็นต้น
จะขอยกตัวอย่างของหน่วยงานต่างๆ ในบริษัทที่ทำงานอยู่ก็แล้วกัน แผนกแรกเลยคือแผนก Compliance เป็นอะไรที่ฝังตรึงอยู่ในใจ เพราะไปเจอคำว่า "Proxy" ตอนที่ไปพัฒนาระบบการประชุมผู้ถือหุ้นให้กับแผนกนี้ (ระบบนี้ทำต่อจากเพื่อนซี้สุดๆ) ถ้าในความเข้าใจของคนไอทีเรา ไอ้ตัวนี้มันมีหน้าที่ช่วยให้การเล่นอินเตอร์เน็ตเร็วขึ้น ครั้งแรกเลยเจอคำนี้ในที่ประชุม คนให้ requirement เค้าบอกว่า "ถ้ากรณีที่ผู้มาเข้าประชุมมาเป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้น ผู้เข้าประชุมแทนจะต้องเอา proxy มาลงทะเบียน" แทนที่เราจะเข้าใจเพราะศัพท์แสงคำเดียวกันเลย มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย ไม่ใช่สิ่งที่เราเคยเข้าใจมาก่อนเลย (เนื่องจากไม่เก่งภาษาอังกฤษ) จะถามก็กลัวจะเสียฟอร์ม เลยทำเป็นพยักหน้าหงึกๆ ทำเป็นเข้าใจไปงั้นแหละยังไม่หมดสำหรับแผนกนี้ คำว่า Proxy เฉยๆ ก็ยังงงก่งก้งอยู่เลย มีแบบพ่วงเข้าไปอีก "Proxy แบบ ก, ข, ค" เอาเข้าไป แต่น้องเค้าบอกว่ามีทั้ง proxy ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้ดาวน์โหลดอยู่ในเวบไซต์ของบริษัท พอออกจากห้องประชุมปั๊บ เข้าเวบไซต์ไปดูหน้าตาไอ้เจ้า proxy ทันที ซึ่งแท้ที่จริงแล้วมันก็คือ "ใบมอบฉันทะ" นั่นเอง นอกจากนี้ก็จะมีคำว่า "56-1", "56-2" ใบ้หวยเหรอเจ้าค่ะลองมาดูของแผนก Company Secretary บ้างนะคะ แผนกนี้เค้ามีหน้าหลักคือจัดประชุมเบื้องบนค่ะ ซึ่งเค้าก็จะมีคณะกรรมการ และอนุกรรมการ เรียกตามชื่อย่อดังนี้ "LDCC", "SORC", "BOD" อย่างนี้เป็นต้น นอกจากไอทีที่ไม่เข้าใจแล้ว ก็ยังมีแผนกอื่นที่เค้าก็ไม่เข้าใจด้วยนะแผนก Finance กับ Account ก็เป็นอะไรที่เข้าใจยากอยูสักหน่อย และรู้สึกว่าศัพท์ทางการเงินและบัญชี จะเยอะใช่ย่อย เช่น "IRR", "EBITDA" ตอนที่ทำระบบ Tresuary Information System -module Corporate Finance นั้น ก็มีศัพท์เกี่ยวกับสินค้าของชาวการเงินเค้า จำพวก Debenture, L-T Bilateral Loan, Syndicate Load, Club Loan
ยังงี้แล้ว จะมาว่าคนไอทีพูดภาษามนุษย์ต่างดาว ได้ยังไง |
|||||
|
|